Main Menu

thaiparacement.com
เปิดตัว ‘ถนนยางพารา’รูปแบบใหม่ ครั้งเเรกที่’บึงกาฬ’ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 05 เมษายน 2018 เวลา 02:12 น.

เปิดตัว ถนนยางพารารูปแบบใหม่ ครั้งเเรกที่บึงกาฬ

วันที่ 28 มกราคม 2559 - 13:46 น.

Description: https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2016/01/------------------05-728x548.jpg

(ซ้าย) ดร.ระพีพันธ์ แดงดันดี (ขวาบน) ตัวอย่างจริงของพื้นถนนที่ผสมยางพารา (ขวาล่าง) แบบจำลองจีโอเซลล์จากยางพาราสำหรับโครงสร้างถนนน

ที่มา

มติชนรายวัน

ผู้เขียน

อรพรรณ จันทรวงศ์ไพศาล

เผยแพร่

วันที่ 28 มกราคม 2559

 

ในช่วงที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินการพูดถึงเรื่อง ถนนยางพารา ว่าเป็นทางออกในการแก้วิกฤตยางตกต่ำเพราะเป็นการนำยางที่มีอยู่จำนวนมากออกมาใช้

จากการศึกษาวิจัยของสถาบันวิจัยยางของกรมวิชาการเกษตร ก็ระบุชัดว่าถนนที่มียางพาราผสมอยู่ด้วยมีความคงทนเเละมีอายุใช้งานยาวกว่าถนนที่มีเเต่ยางมะตอยอย่างเดียวขณะที่ถนนยางพารากำลังเป็นที่พูดถึงอยู่นั้นใน งานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬ 2559”ที่เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆ ร้อนๆ มีการเปิดตัวนวัตกรรมการทำถนนยางพารารูปเเบบใหม่เป็นครั้งเเรกถึง 2 รูปแบบด้วยกัน ที่สำคัญคือ ถนนยางที่เปิดตัวครั้งนี้สามารถใช้คู่กับถนนยางพาราเเบบผสมยางมะตอยที่คิดค้นไว้ก่อนหน้า เพิ่มคุณสมบัติของถนนเข้าไปอีกสร้างความสนใจให้กับนักวิชาการเเละผู้มาร่วมงานยางพาราอย่างมาก จนมีผู้มาขอความรู้ที่บูธมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือต่อเนื่องจนวันสุดท้ายของงานโดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระพีพันธ์ แดงตันดี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม อาจารย์เเละนักวิจัยหลักสูตรวิศวกรรมวัสดุเเละการผลิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้บุกเบิกงานวิจัยถนนยางพารารูปแบบใหม่ครั้งเเรกในเมืองไทย อธิบายข้อมูลเชิงลึกเเบบละเอียดทุกขั้นตอน

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 05 เมษายน 2018 เวลา 04:58 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
น้ำยางแทนซีเมนต์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 08 กรกฏาคม 2017 เวลา 06:17 น.

น้ำยางแทนซีเมนต์! ไอเดียเพิ่มค่ายางนักวิจัย มทร.อีสาน

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง : 4 ต.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

การส่งเสริมให้เกษตรกรในภาคอีสาน ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพาราเมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดวิกฤติราคายางพาราตกต่ำขึ้น เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ทำให้หลายหน่วยงานออกมาร่วมกันหาแนวทางในการเพิ่มช่องทางในการนำน้ำยางมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

จากวิกฤติปัญหาราคายางพาราทำให้ ดร.เจริญชัย ฤทธิรุทธหัวหน้าสาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และนักศึกษา จึงมีแนวคิดเพิ่มมูลค่าให้น้ำยางมาใช้เป็นส่วนผสมในคอนกรีต

Description: น้ำยางแทนซีเมนต์! ไอเดียเพิ่มค่ายางนักวิจัย มทร.อีสาน

ดร.เจริญชัย กล่าวว่า ยางพาราเป็นสารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ จัดเป็นสารประกอบพอลิเมอร์ ที่มีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นสูง จากการรวบรวมข้อมูลการใช้งานปูนในประเทศปี 57-58 อุตสาหกรรมการก่อสร้างใช้ปูนซีเมนต์กว่า50 ล้านตันต่อปี ขณะที่การใช้ยางพาราทั้งประเทศในปัจจุบันอยู่ที่ 0.6 ล้านตันหากทดแทนสารซีเมนต์ด้วยน้ำยางพาราเพียงร้อยละ 1 ยางพาราจะถูกใช้สูงถึง 0.5 ล้านตัน เชื่อว่าหากใช้น้ำยางพาราทดแทนสารซีเมนต์ เป็นส่วนผสม สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาราคาน้ำยางพาราตกต่ำได้ ขณะที่คอนกรีตที่มีส่วนผสมของน้ำยางพาราก็มีความแข้งแรง มีคุณภาพสูงขึ้นด้วย

ปัจจุบันการทำคอนกรีตจะใช้วัสดุที่ผสมกันระหว่างสารซีเมนต์หรือ หิน ทรายและน้ำ ในส่วนของภาควิชา จึงเน้นเรื่องการวิจัยคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ในงานก่อสร้าง ที่เน้นเรื่องความแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา จากสภาพปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำจึงมีแนวคิดในการนำน้ำยางพาราเข้ามาเป็นส่วนผสม เชื่อว่าจะส่งผลให้เพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศได้มาก ช่วยแก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราตกต่ำและลดความเดือดร้อนของชาวสวนยาง

Description: น้ำยางแทนซีเมนต์! ไอเดียเพิ่มค่ายางนักวิจัย มทร.อีสาน

ดร.เจริญชัย ฤทธิรุทธ (ขวามือ)

อย่างไรก็ตาม การเริ่มงานวิจัยนี้ถือเป็นก้าวแรกของการนำยางพารามาผสมกับสารซีเมนต์ จึงต้องพัฒนาคุณสมบัติและทดสอบหาสูตรที่เหมาะสมในการใช้งานจริงและทดลองใช้งานจริง

ตามความเข้าใจยางพาราและปูนซีเมนต์ อาจจะเข้ากันไม่ได้ เราสามารถสังเคราะห์ซีเมนต์ตัวใหม่เพื่อผสมกับยางพาราได้ พร้อมกับทดสอบคุณสมบัติทางกล ทั้งความยืดหยุ่น ความอ่อนตัว กำลังรับแรงอัด ระยะเวลาในการก่อตัวความสามารถในการเข้าแบบที่ดีกว่าคอนกรีตทั่วไป ถือว่าเป็นการดึงคุณสมบัติของยางพาราออกมาใช้ทำให้ได้คอนกรีตที่มีคุณภาพมากขึ้น เมื่องานวิจัยสำเร็จ ชาวบ้านสามารถนำข้อมูลไปใช้ในงานก่อสร้างได้ โดยมาขอคำแนะนำได้ที่ คณะวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ดร.เจริญชัย

อ้างอิงจาก http://www.komchadluek.net/news/agricultural/244902

สนใจทำถนนและผนังจากยางพาราติดต่อ www.thaiparacement.com

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 05 เมษายน 2018 เวลา 05:02 น.
 
ย้อนรอย "ถนนยางพารา" ใช้ดี 14 ปีไม่มีซ่อม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 08 มิถุนายน 2016 เวลา 02:13 น.

ถนนยางพาราคุ้ม! ทนนาน12ปี-ไม่มีซ่อม "ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา"มีสูตร-พร้อมลงมือมาเลย์สนใจ-ส่งคนดูงาน

14 ม.ค. 2558
ราคายางพาราตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เหลือเพียง 3 กิโลกรัม 100 บาททำชาวสวนยางเครียดหนักกับภาระหนี้ก้อนโต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความพยายามจะผลักดันโครงการนำยางธรรมชาติ (ยางพารา)มาใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างและบำรุงรักษาถนนอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรก็มีมติเห็นชอบเรื่องนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2555ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีการวิจัยอย่างจริงจัง ในการนำยางพารามาผสมกับยางมะตอยเพื่อราดถนนก็คือ"ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา" ซึ่งมีการทดสอบมานานนับ 10 ปีแล้ว

นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มอุตสาหกรรมยางสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ผู้ที่ขลุกอยู่กับงานวิจัยเรื่องถนนยางแอสฟัลต์ผสมยางธรรมชาติหรือถนนยางมะตอยผสมยางพารานับสิบปี ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การราดถนนผสมยางพาราทำครั้งแรกตั้งแต่ปี 2500 แต่ในยุคนั้นไม่มีข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุนว่าคุณสมบัติมันดีขึ้นอย่างไร รู้แต่ว่ามันเหนียวขึ้น แข็งแรงขึ้น แต่ไม่มีข้อมูลเป็นตัวเลขเชิงวิทยาศาสตร์กระทั่งปี 2542 ยางราคาตก จึงมีการรื้อฟื้นเรื่องนี้ เป็นที่มาของการทำวิจัยเชิงลึก ซึ่งเริ่มแรกเป็นงานวิจัยในห้องแล็บ เพื่อหาเปอร์เซ็นต์ที่เหมาะสมของยางพารา กระทั่งได้ตัวเลขที่ลงตัวคือ 5-6%โดยคุณสมบัติที่ได้คือ แข็งแรงมากขึ้น ทนต่อความร้อนมากขึ้น มีจุดหลอมตัวสูงขึ้นจาก 50 องศาเป็น 60 องศา และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีการคืนตัวกลับดีขึ้น
สำหรับศูนย์กลางการทดลองงานวิจัยอยู่ที่ "ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา" อำเภอสนามชัยเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการสร้างเครื่องผสมยางพารากับยางมะตอยเป็นไพลอตโปรเจ็กต์ 2 แบบคือเครื่องผสมยางแห้ง และเครื่องผสมน้ำยางข้น โดยผสมได้ครั้งละ 5 ตัน จึงเป็นที่มาว่าพื้นที่หลายจุดภายในศูนย์วิจัย ราดถนนด้วยยางมะตอยผสมยางพาราตามสเป็กของสถาบันวิจัยยางต่อมาในปี 2545 กรมทางหลวงได้ร่วมกับศูนย์วิจัย ราดถนนสาธารณะที่ด้านหน้าศูนย์วิจัยระยะทางประมาณ 300 เมตร จากนั้นได้เก็บตัวอย่างถนนที่เสร็จแล้ว 2 แบบ ไปทดสอบในห้องแล็บทดสอบใช้ล้อเหล็กวิ่งทับจำนวน 2 หมื่นรอบ ผลปรากฏว่า ถนนที่ตัดมาจากผสมยางพารายุบน้อยกว่าที่ไม่ผสม ในอัตราส่วน 1 ต่อ 2.9 เท่า แต่เนื่องจากสมัยนั้นไม่มีเครื่องผสมในเชิงพาณิชย์ เพราะปกติการทำถนนแต่ละครั้งต้องผสมเป็นร้อยตัน จึงได้ทดลองทำถนนในหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทั่วทุกภาครวมแล้วประมาณ 50 แห่ง"กรมทางหลวงยอมรับผลว่าดีกว่า ทนกว่าจริง ซึ่งถนนหน้าศูนย์วิจัยนี้ใช้มา 12 ปีแล้วไม่ต้องซ่อมเลย ธรรมดา 5 ปีก็มีงบฯซ่อม แต่มองว่าแค่ให้ทนกว่าเท่าเดียวก็คุ้มแล้วส่วนตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ ตอนนี้กำลังจะจ้างคนที่ชำนาญมาคิดมูลค่าเพื่อยืนยันอีกครั้ง"ทั้งนี้ล่าสุด ปี 2556 กรมทางหลวงได้ออกสเป็กถนนแอสฟัลติกที่ราดด้วยยางมะตอยผสมยางพาราแล้ว ปี 2557 สำนักงบประมาณก็ออกราคากลางมาเป็นราคากลางเฉพาะผิวทางมาตรฐาน 5 เซนติเมตร ในราคาตารางเมตรละ 380 บาท ขณะที่แบบเดิมตารางเมตรละ 320 บาท แต่ถ้าคิดทั้งถนนรวมโครงสร้างด้วย ราคาจะขึ้นมาแค่ 5%ของราคาถนนทั้งหมด เช่น สร้างถนน 1,000 ล้านบาท ถ้าใช้แบบผสมก็เพิ่มขึ้นมาอีก 5% เท่านั้น คือ 50 ล้านบาท ถามว่าถ้ามันทนกว่า 1 เท่าจะคุ้มหรือไม่ผอ.ณพรัตน์บอกว่า ประเทศมาเลเซียสนใจงานวิจัยนี้มาก เมื่อปลายปี 2557คณะรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางมาดูงานเรื่องถนนโดยเฉพาะ หลังจากนั้นได้ส่งคนจาก
Malaysian Rubber Board-MRB และกรมทางหลวงมาศึกษารายละเอียด"เดือนพฤศจิกายน 2557 ไปประชุมเรื่องมาตรฐานยางที่แอฟริกาใต้ MRB ก็มา
นั่งประกบทุกวัน ซักละเอียดยิบ เราก็นั่งอธิบาย ก็คิดว่าเราทำงานวิจัยมา 10 กว่าปีไปบอกเขาหมดเลย พูดไปก็ช้ำใจไป แต่คิดว่าอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีอะไร อย่างน้อยที่อื่นทำ
ก็ยังได้ประโยชน์ หลังจากนั้นไม่นานมีโทรศัพท์มาบอกว่าจะราดถนนแล้ว"สำหรับปี 2558 นี้ ผอ.ณพรัตน์กล่าวว่า จะทำวิจัยต่อยอดหาค่า BreakingResistance
เกี่ยวกับการลื่นไถล ซึ่งปกติจะทำในล้อรถ แต่เราจะดัดแปลงมาทำในถนน เมื่อได้ค่าพวกนี้แล้วจะนำไปเสนอต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาหรือจีน หากได้รับความสนใจผลที่ได้คือจะมีการใช้ยางมากขึ้น"สำหรับเมืองไทยตอนนี้ทำได้ทันที เพราะว่ามีสเป็กแล้ว มีราคากลางแล้วเอกชนตอนนี้ก็มีคนทำผสมแล้ว เช่น ทิปโก้ ที่สำคัญที่สุดรัฐต้องมีนโยบายจริงจังไม่ได้หมายความว่ายางทั้งหมดจะมาทำสิ่งนี้ แต่ถ้าทำได้ยางส่วนหนึ่งจะหายไปจริงๆ"
นั่นคือ งานวิจัยชิ้นโบแดงของคนไทยที่ชี้ชัดว่าถนนยางพาราทำได้จริง และคุ้มค่าจริง
(ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)
รับทำถนนและผนังจากยางพารา ติดต่อ http://thaiparacement.com

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 เมษายน 2018 เวลา 20:39 น.
 
การนำยางมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด ซึ่งกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางได้เริ่มเดินเครื่องผลิตในเชิงพาณิชย์แล้ว PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2017 เวลา 19:52 น.

"สยามสนาม" ผนึกสหกรณ์สุราษฎร์ฯลุย

400สนามกีฬา

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 05 เมษายน 2018 เวลา 04:46 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
ถนนยางพาราคุ้ม! ทนนาน12ปี-ไม่มีซ่อม "ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา"มีสูตร-พร้อมลงมือ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 07 มิถุนายน 2016 เวลา 14:28 น.

ราคายางพาราตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เหลือเพียง 3 กิโลกรัม 100 บาททำ
ชาวสวนยางเครียดหนักกับภาระหนี้ก้อนโต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความ
พยายามจะผลักดันโครงการนำยางธรรมชาติ (ยางพารา) มาใช้ประโยชน์
ในงานก่อสร้างและบำรุงรักษาถนนอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาล
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีมติเห็นชอบเรื่องนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2555
ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีการวิจัยอย่างจริงจัง ในการนำยางพารามาผสมกับยางมะตอยเพื่อราดถนนก็คือ
"ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา" ซึ่งมีการทดสอบมานานนับ 10 ปีแล้ว


นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง
สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ผู้ที่ขลุกอยู่กับงานวิจัยเรื่องถนนยางแอสฟัลต์ผสมยางธรรมชาติ
หรือถนนยางมะตอยผสมยางพารานับสิบปี ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า
การราดถนนผสมยางพาราทำครั้งแรกตั้งแต่ปี 2500 แต่ในยุคนั้นไม่มีข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุน
ว่าคุณสมบัติมันดีขึ้นอย่างไร รู้แต่ว่ามันเหนียวขึ้น แข็งแรงขึ้น แต่ไม่มีข้อมูลเป็นตัวเลขเชิงวิทยาศาสตร์
รับทำถนนและผนังจากยางพารา ติดต่อ http://thaiparacement.com

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 05 เมษายน 2018 เวลา 06:31 น.
 
«เริ่มแรกย้อนกลับ12ถัดไปสุดท้าย»

หน้า 1 จาก 2