Main Menu

ย้อนรอย "ถนนยางพารา" ใช้ดี 14 ปีไม่มีซ่อม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 08 มิถุนายน 2016 เวลา 02:13 น.

ถนนยางพาราคุ้ม! ทนนาน12ปี-ไม่มีซ่อม "ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา"มีสูตร-พร้อมลงมือมาเลย์สนใจ-ส่งคนดูงาน

14 ม.ค. 2558
ราคายางพาราตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เหลือเพียง 3 กิโลกรัม 100 บาททำชาวสวนยางเครียดหนักกับภาระหนี้ก้อนโต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความพยายามจะผลักดันโครงการนำยางธรรมชาติ (ยางพารา)มาใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างและบำรุงรักษาถนนอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรก็มีมติเห็นชอบเรื่องนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2555ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีการวิจัยอย่างจริงจัง ในการนำยางพารามาผสมกับยางมะตอยเพื่อราดถนนก็คือ"ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา" ซึ่งมีการทดสอบมานานนับ 10 ปีแล้ว

 

 

นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มอุตสาหกรรมยางสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ผู้ที่ขลุกอยู่กับงานวิจัยเรื่องถนนยางแอสฟัลต์ผสมยางธรรมชาติหรือถนนยางมะตอยผสมยางพารานับสิบปี ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การราดถนนผสมยางพาราทำครั้งแรกตั้งแต่ปี 2500 แต่ในยุคนั้นไม่มีข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุนว่าคุณสมบัติมันดีขึ้นอย่างไร รู้แต่ว่ามันเหนียวขึ้น แข็งแรงขึ้น แต่ไม่มีข้อมูลเป็นตัวเลขเชิงวิทยาศาสตร์กระทั่งปี 2542 ยางราคาตก จึงมีการรื้อฟื้นเรื่องนี้ เป็นที่มาของการทำวิจัยเชิงลึก ซึ่งเริ่มแรกเป็นงานวิจัยในห้องแล็บ เพื่อหาเปอร์เซ็นต์ที่เหมาะสมของยางพารา กระทั่งได้ตัวเลขที่ลงตัวคือ 5-6%โดยคุณสมบัติที่ได้คือ แข็งแรงมากขึ้น ทนต่อความร้อนมากขึ้น มีจุดหลอมตัวสูงขึ้นจาก 50 องศาเป็น 60 องศา และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีการคืนตัวกลับดีขึ้น
สำหรับศูนย์กลางการทดลองงานวิจัยอยู่ที่ "ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา" อำเภอสนามชัยเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการสร้างเครื่องผสมยางพารากับยางมะตอยเป็นไพลอตโปรเจ็กต์ 2 แบบคือเครื่องผสมยางแห้ง และเครื่องผสมน้ำยางข้น โดยผสมได้ครั้งละ 5 ตัน จึงเป็นที่มาว่าพื้นที่หลายจุดภายในศูนย์วิจัย ราดถนนด้วยยางมะตอยผสมยางพาราตามสเป็กของสถาบันวิจัยยางต่อมาในปี 2545 กรมทางหลวงได้ร่วมกับศูนย์วิจัย ราดถนนสาธารณะที่ด้านหน้าศูนย์วิจัยระยะทางประมาณ 300 เมตร จากนั้นได้เก็บตัวอย่างถนนที่เสร็จแล้ว 2 แบบ ไปทดสอบในห้องแล็บทดสอบใช้ล้อเหล็กวิ่งทับจำนวน 2 หมื่นรอบ ผลปรากฏว่า ถนนที่ตัดมาจากผสมยางพารายุบน้อยกว่าที่ไม่ผสม ในอัตราส่วน 1 ต่อ 2.9 เท่า แต่เนื่องจากสมัยนั้นไม่มีเครื่องผสมในเชิงพาณิชย์ เพราะปกติการทำถนนแต่ละครั้งต้องผสมเป็นร้อยตัน จึงได้ทดลองทำถนนในหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทั่วทุกภาครวมแล้วประมาณ 50 แห่ง"กรมทางหลวงยอมรับผลว่าดีกว่า ทนกว่าจริง ซึ่งถนนหน้าศูนย์วิจัยนี้ใช้มา 12 ปีแล้วไม่ต้องซ่อมเลย ธรรมดา 5 ปีก็มีงบฯซ่อม แต่มองว่าแค่ให้ทนกว่าเท่าเดียวก็คุ้มแล้วส่วนตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ ตอนนี้กำลังจะจ้างคนที่ชำนาญมาคิดมูลค่าเพื่อยืนยันอีกครั้ง"ทั้งนี้ล่าสุด ปี 2556 กรมทางหลวงได้ออกสเป็กถนนแอสฟัลติกที่ราดด้วยยางมะตอยผสมยางพาราแล้ว ปี 2557 สำนักงบประมาณก็ออกราคากลางมาเป็นราคากลางเฉพาะผิวทางมาตรฐาน 5 เซนติเมตร ในราคาตารางเมตรละ 380 บาท ขณะที่แบบเดิมตารางเมตรละ 320 บาท แต่ถ้าคิดทั้งถนนรวมโครงสร้างด้วย ราคาจะขึ้นมาแค่ 5%ของราคาถนนทั้งหมด เช่น สร้างถนน 1,000 ล้านบาท ถ้าใช้แบบผสมก็เพิ่มขึ้นมาอีก 5% เท่านั้น คือ 50 ล้านบาท ถามว่าถ้ามันทนกว่า 1 เท่าจะคุ้มหรือไม่ผอ.ณพรัตน์บอกว่า ประเทศมาเลเซียสนใจงานวิจัยนี้มาก เมื่อปลายปี 2557คณะรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางมาดูงานเรื่องถนนโดยเฉพาะ หลังจากนั้นได้ส่งคนจาก
Malaysian Rubber Board-MRB และกรมทางหลวงมาศึกษารายละเอียด"เดือนพฤศจิกายน 2557 ไปประชุมเรื่องมาตรฐานยางที่แอฟริกาใต้ MRB ก็มา
นั่งประกบทุกวัน ซักละเอียดยิบ เราก็นั่งอธิบาย ก็คิดว่าเราทำงานวิจัยมา 10 กว่าปีไปบอกเขาหมดเลย พูดไปก็ช้ำใจไป แต่คิดว่าอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีอะไร อย่างน้อยที่อื่นทำ
ก็ยังได้ประโยชน์ หลังจากนั้นไม่นานมีโทรศัพท์มาบอกว่าจะราดถนนแล้ว"สำหรับปี 2558 นี้ ผอ.ณพรัตน์กล่าวว่า จะทำวิจัยต่อยอดหาค่า BreakingResistance
เกี่ยวกับการลื่นไถล ซึ่งปกติจะทำในล้อรถ แต่เราจะดัดแปลงมาทำในถนน เมื่อได้ค่าพวกนี้แล้วจะนำไปเสนอต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาหรือจีน หากได้รับความสนใจผลที่ได้คือจะมีการใช้ยางมากขึ้น"สำหรับเมืองไทยตอนนี้ทำได้ทันที เพราะว่ามีสเป็กแล้ว มีราคากลางแล้วเอกชนตอนนี้ก็มีคนทำผสมแล้ว เช่น ทิปโก้ ที่สำคัญที่สุดรัฐต้องมีนโยบายจริงจังไม่ได้หมายความว่ายางทั้งหมดจะมาทำสิ่งนี้ แต่ถ้าทำได้ยางส่วนหนึ่งจะหายไปจริงๆ"
นั่นคือ งานวิจัยชิ้นโบแดงของคนไทยที่ชี้ชัดว่าถนนยางพาราทำได้จริง และคุ้มค่าจริง
(ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)
รับทำถนนและผนังจากยางพารา ติดต่อ http://thaiparacement.com

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 04 ธันวาคม 2018 เวลา 06:05 น.